Vivex

  Thai Traders

ประวัติ



Vivex ( Forex Trader ) เป็นนามแฝงของเทรดเดอร์ท่านหนึ่งในเว็บบอร์ด Thailandforexclub.com เขามีประสบการณ์ ตั้งแต่ตลาด Futures ทองคำ ตลาดหุ้น Option ของตลาด Down Jones คุณ Vivex เป็นคนที่มุ่งมั่น อดทนและไม่ย่อท้อ มีการคิดอย่างเป็นระบบ ผ่านการเรียนรู้จากการกระทำจริง การโดน Margin Call แต่ละครั้งทำให้เขาได้เรียนรู้ทุกครั้ง มีการวิเคราะห์สาเหตุว่าทำไมถึงเจอกับเหตุการณ์นั้นซ้ำ ๆ

คุณ Vivex พัฒนาวิธีการคิดและเทรดของตัวเองจากเว็บบอร์ดหรือแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่งโดยมีหลักยึดว่า ต้องมีเหตุมีผลสามารถเข้าใจได้ และถูกกับจริตของตัวเองที่สำคัญต้องไม่ซับซ้อน ไม่เคยไปนั่งเรียนหรือเข้าคอร์สการเทรด Forex กับผู้เชี่ยวชาญท่านใด เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยจำนวนเงินที่ต้องสูญไปกับค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นนั้นประมาณได้ 100,000 – 150,000 บาท

คุณ Vivex กล่าวว่า “การเทรด Forex สะท้อนนิสัย พฤติกรรม ในช่วงแรก เราอยากเร่งการเทรดให้ได้เยอะ ๆ  เพราะความโลภ และอยากเอาคืนจากการสูญเสียในตลาด Future  ยิ่งมีความอยากมากยิ่งไม่เห็นความจริงของตลาดและความจริงในจิตใจของเราเอง  ทำให้ไม่ได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดที่ควรจะเป็น  การเรียนรู้ในตลาด Forex ที่ผ่านมาตลาดเป็นตัวบังคับและสอนให้ผมเปลี่ยนมุมมองและเปลี่ยนนิสัย จากร้อนกลายเป็นเย็นลงบ้าง  รอโอกาส  ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และอีกหลายๆอย่าง ที่กำลังเรียนรู้อยู่ และที่สำคัญการฝึกดึงอารมณ์ออกจากระบบ ที่ยังทำได้ยาก”

ประวัติการเทรด


คุณ Vivex เข้ามาในตลาด Forex ด้วยแรงจูงใจในการหารายได้เพิ่ม เพราะประสบการณ์ในตลาดอื่น ๆ ที่มีมาก่อนแล้วทำให้เขาเป็นคนระมัดระวัง และรู้จักทดสอบ ในช่วง 3 ปีแรกเขาเทรดเพียงบัญชี Cent เท่านั้น เขาใช้เวลาเหล่านั้นเรียนรู้และอยู่ให้รอด ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

ปี 2554 Vivex พยายามที่หารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ เขาหาวิธีไปเรื่อย ๆ จนได้ไปอยู่ในตลาด Gold Futures จากการแนะนำของร้านทองแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้ที่อยู่อาศัย Vivex เริ่มศึกษาและเทรดได้ช่วงสั้น ๆ และพบว่าตลาดมีสภาพคล่องที่น้อยมาก โดยเฉพาะสัญญาที่มีอายุของสัญญาห่างจากันซื้อขายมาก ๆ ทำให้ Vivex พบว่าโอกาสในการทำกำไรมันน้อย เขาจึงพยายามหาจังหวะทำกำไรที่ถี่มากขึ้น จึงหันมาศึกษา Set 50 Futures เพราะว่าเห็นว่าสภาพคล่องดีกว่า และก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดิม กลับสูญเสียเงินไปเยอะพอสมควร  ในระหว่างนั้น เพื่อน ๆ ที่ทำการเทรด Options ของตลาดหุ้นต่างประเทศมาชวนให้ศึกษา จึงพยายามเปลี่ยนตลาดและก็จบเช่นเคย  ครั้งหนึ่งเคยคิดว่า เรามาหารายได้เพิ่มแต่กลับกลายเป็นเสียเงินไปเรื่อย ๆ ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

เหตุการณ์นั้นทำให้ Vivex ได้กลับมาทบทวนตัวเอง พบว่า ตัวเองยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับตลาดทุน จึงไม่แปลกที่จะต้องล้มเหลวไม่ว่าจะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปกี่แบบก็ตาม Vivex ย้อนกลับไปเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของตลาด Future/Options และพบว่า มีข้อจำกัดที่มากกว่า และไม่เหมาะกับตัวเอง สุดท้ายจึงเลือก Forex เพราะคิดทบทวนดูแล้วว่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า

ปี พ.ศ. 2555 เข้าสู่ตลาด Forex ในแบบฝันเฟื่อง เพราะคิดว่า การที่ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง 5 วัน “ตลาดช่างให้โอกาศดีจริง ๆ” มองเห็นแต่โอกาสในการทำกำไรเต็มไปหมด มิหนำซ้ำยังมีหลายคู่เงิน(Currency Pair) ให้เลือกเทรด สามารถเพิ่มรอบในการเทรดใน TF ที่เล็กลง Vivex เริ่มที่จะวางแผนเก็งกำไรสูง ๆ อยากจะรวยให้ได้ภายในปีเดียว ถึงขนาดกับสร้างวิมานในอากาศ ว่าตัวเองจะสามารถปลดหนี้ได้ในระยะเวลา 6 เดือน หรือ 1 ปีนับจากนี้ไป

ย้อนไปในช่วง 1 ปีแรกของการเทรด Forex คุณ Vivex กล่าวว่า “ช่วง 1 ปีแรก เขาเพียงรู้จักตลาด Forex แค่ผิวเผินเท่านั้น  ขยันล้างพอร์ต (Margin Call) ทุกๆ 2-3 เดือน” แต่ก็ยังดีที่เป็นเงินลงทุนขนาดเล็ก สาเหตุเนื่องจากคุณ Vivex ได้รับประสบการณ์จากการเทรด Futures/Options แล้วคิดว่ายังไม่ควรทุ่มไปกับสิ่งที่ไม่รู้จัก อย่างไรก็ตามการโดน Margin Call ก็ทำให้รู้สึกหมดกำลังใจหลาย ๆ ครั้งเหมือนกับวิ่งไล่จับในสิ่งที่จับต้องไม่ได้

ปี พ.ศ. 2556 ปีที่ 2 ของการเทรด เขาเริ่มศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังเกี่ยวกับเทรดมากขึ้นและเริ่มสร้างระบบเทรด ในใจก็คิดว่าเป็นระบบเทรด แต่จนแล้จนรอดก็ยังไม่มีระบบเทรดสักระบบหนึ่งให้ยึดเป็นแนวทาง เป็นเพียงแค่การเพิ่ม Indicator ลงไปในกราฟและยังใช้ความรู้สึกในการเทรดอยู่ดี แถมยังเทรดหลายคู่เงิน มีภาวะกังวลและเสพติดการเทรด ส่งผลกระทบกับเวลาในชีวิตประจำวันเช่น เวลานอน สุดท้ายก็ยังโดน Margin Call อยู่เหมือนเดิม

ปี พ.ศ. 2557 เป็นปีที่ 3 การเทรดของคุณ Vivex ได้มีระบบเทรด (ได้มาจากไหนและได้ข้อคิดหลักคิดอะไร สร้างมาจากอะไร?) ที่ดีกว่าเดิมการเทรดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มีเครื่องมือที่ใช้ในการเทรด เพียง 3 ตัว คือ  เส้น Moving Average(MA) MACD และ Stochastic  แต่ก็ยังอ่านค่าอะไรต่าง ๆ ไม่เป็นบางครั้งก็นำ Indicator อื่น ๆ ในเว็บบอร์ดที่ได้ศึกษามาผสม ทำให้ไขว้เขวไปอยู่หลายครั้งช่วงนี้เทรดเพียง 3 – 5 คู่เงินเท่านั้น แต่ว่ายังกังวลกับการเทรด สิ่งที่คุณ Vivex มีคือ ความเชื่อมั่นและไม่หยุดเดิน แม้ว่าจะยังเผชิญกับการโดน Margin Call อยู่แต่ระยะเวลาในการโดน Margin Call นั้นนานขึ้น

ปีที่ 4 ปี พ.ศ. 2558  คุณ Vivex คิดว่าระบบเทรดเริ่มใช้การได้ โดยเขามีนำเสนอหลักการว่า ต้องมีบอกเทรนด์ว่าเราควรจะเลือก เทรดข้างไหนก่อน และหลังจากนั้นค่อยไปหาวิธีในการหาจังหวะในการเทรดทิศทางที่เลือกโดยใช้ Indicator ตัวอื่น โดยมีแนวทางของคุณ Vivex ดังนี้

•   MA1 ตัด MA2 ขึ้นไป เป็น Trend ขาขึ้นให้ BUY
•   MA1 ตัด MA2 ลงมา เป็น Trend ขาลงให้ SELL
•   MA1 ขนานกับ MA2 เป็นภาวะ Sideway อาจพัก หรือซื้อขายตามแนวรับ-แนวต้าน
•   ใช้ MACD เป็นตัวประกอบการตัดสินใจในการบอกเทรนด์
•   ใช้ Stochastic เป็นตัวบอกจังหวะเปิด Position
•   เทรดไม่เกิน 3 คู่เงินเท่านั้น

ในปีนี้ถึงแม้ว่า ระบบจะดูเป็นรูปเป็นร่าง แต่คุณ Vivex ก็ยังเจอปัญหาที่ต้องสู้กับตัวเอง ยังเทรดไม่เป็นระบบ ขาดวินัย  ขาดการบันทึก และไม่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด  หลายครั้งยัง Over trade  ใช้อารมณ์ตัดสินการเทรด  ยังอยากเอาชนะตลาด อยากได้กำไรเยอะ ๆ  แต่ความกังวลกับการเทรดลดน้อยลง ซึ่งอาจจะมาจากความเคยชินกับการสูญเสีย สภาพจิตใจยังอ่อนล้าเหมือนเดิม ขณะที่แม้ว่าจะไม่โดน Margin Call บ่อยครั้ง แต่ก็ยังมีบ้าง (นาน ๆ ครั้ง)

ปีที่ 5 ของการเทรด เป็นปีแห่งการสร้างวินัยการเทรด  ยึดมั่นในระบบเทรดให้มากขึ้น ทำตามสัญญาณเทรดที่ได้มาจาก Moving Average MACD และ Stochastic พยายามตัดอารมณ์ออกไปจากการเทรด  บริหาร Portfolio ไม่ให้เสี่ยงและเทรดเพียง 1 คู่เงิน สิ่งที่ทำได้คือ เทรดตาม Trend ของตลาดเพียง 1 คู่เงิน และเลือกใช้ Time Frame 1D (Daily) หรือ H4 (ราย 4 ชั่วโมง) ในการวิเคราะห์ทิศทางของ Trend ไม่ Over trade แต่สิ่งที่ทำได้ไม่ดีคือ ยังใช้อารมณ์ในการเทรดอยู่จากการที่อยากให้ Portfolio เติบโตอย่างรวดเร็ว ยังทำการถัวเฉลี่ย ซื้อเพิ่มเมื่อราคาลง เพียงเพราะว่ายังเชื่อว่า Trend ยังเป็นอย่างที่เราคิด บ่อยครั้งที่เทรดใน Time Frame เล็ก ๆ เช่น (M15 ราย 15 นาที) ซึ่งแม้จะทำให้สัญญาณชัด แต่ก็มีสัญญาณหลอกอยู่มาก ทำให้กำไรที่ได้ไม่มาก แต่เวลาขาดทุนกลับขาดทุนมาก (Risk กับ Reward ไม่คุ้มค่ากับที่ลงทุน) เป็นปีที่ความกังวลในการเทรดลดลง สามารถรับสภาพได้ แต่พอร์ทก็ยังไม่โต

ปีที่ 6 Vivex พยายามสร้างวินัยในการเทรด เพราะว่าวิเคราะห์ผลการเทรดที่ผ่านมาแล้วพบว่าขาดวินัยในการเทรดอีกมาก  มีระบบเทรดแต่ยังใช้อารมณ์ร่วมเทรด (ทั้งอารมณ์ตัวเอง อารมณ์ตลาด และอารมณ์บอร์ดแห่งการเรียนรู้ต่าง ๆ)  ได้กำไรเพียงเล็กน้อย แต่พอขาดทุนกลับขาดทุนทีละมาก ๆ จึงคิดที่จะสร้างวินัยในการเทรดให้ได้

ปีที่ 7 พ.ศ. 2561 ยังคงวนเวียนกับการสร้างวินัยให้เป็นนิสัย  ผ่านมาได้ 2 เดือน ณ เดือนสิงหาคม 2561 มีฝากเงินเพิ่มบ้างเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน คุณ Vivex คิดว่า ต้องทุ่มเทในการสร้างวินัยการเทรดให้เคร่งครัด และพัฒนาระบบเทรดให้ดีกว่าเดิม  สร้างแผนการเทรดให้ Portfolio เติบโตตามที่ควรจะเป็นมากกว่าที่เราอยากจะให้เป็น พยายามก้าวข้ามอุปสรรคทางใจในบางประการ คือ  “เราต้องไปตามตลาด ไม่ใช่คนขับเคลื่อนตลาด” คุณ Vivex มีความเชื่อว่า ระบบเทรด วินัยการเทรด และแผนการเทรด จะสร้างพอร์ตให้เติบโตได้

ระบบเทรดของคุณ Vivex 


สัญญาณเทรด

การวิเคราะห์ทิศทางของเทรนด์ ใช้ Moving Average ใน Time Frame Daily หรือ H4 เท่านั้น และ การวิเคราะห์จุดเข้าเทรนด์ใช้ Moving Average และ MACD ใน Time Frame H1 เป็นตัวตัดสินการเทรด ไม่มีสัญญาณ ไม่เทรดโดยเด็ดขาด เทรดคู่เงินเดียวเท่านั้น

ระบบการจัดการการเงิน

Money Management มีวิธีการดังต่อไปนี้

Lot Size= Balance/10,000

กฏของการเทรด 
1.การเทรดแบบเก็งกำไรต้องไม่ใช้ Leverage สูง
2.ไม่มีสัญญาณ ไม่เทรด รอและทำตามสัญญาณเท่านั้น เพื่อตัดอารมณ์ในการเทรด
3.การเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่ได้เป็นไปตามคาด ให้รีบปิด Position ทันที
4.อดทนต่อ Position ที่มีกำไรให้มากและกลัวการขาดทุนหนักให้มากยิ่งกว่า
5.รักษาทุนเป็นวัตถุประสงค์หลัก ขณะที่การทำกำไรเป็นวัตถุประสงค์รอง
6.ทุก Time Frame ต้องระบุทิศทางของ Trend ของตลาดไปในทิศทางเดียวกัน และ Time Frame เล็กเป็นองค์ประกอบขอ Time Frame ที่ใหญ่กว่า (วิเคราะห์ทิศทางใน Time Frame ใหญ่ แล้วใช้ Time Frame เล็กกว่าในการดูสัญญาณส่งคำสั่งให้แม่นยำมากที่สุด)

ผลของการฝึกเทรดในปัจจุบัน
สามารถรักษาทุนได้  ไม่โดน Margin Call  แต่ Portfolio ยังไม่เติบโต และมีข้อผิดพลาดยังไม่สามารถปรับปรุงได้มีดังนี้
1. วิเคราะห์และเทรดใน Time Frame เล็ก เช่น M15 ทำให้ เกิดสัญญาณผิดพลาดบ่อย
2. บางครั้งไม่รอ Signal สัญญาณในการเทรดและใช้อารมณ์ในการเทรด
3. มีการถัวเฉลี่ย Position ในช่วงที่มีการพักฐานปรับฐานของราคา (Rebound/Retracement) เพียงเพราะว่ายังอยู่ในเทรนด์เดิม
4. จุดตัดสินใจเปิด Position ยังไม่ดีพอ ให้มีพื้นที่แกว่งของราคาเยอะเกินไป หลายครั้งต้องโดน SL ทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในเทรนด์เดิมอยู่