Musashi

  Thai Traders

ประวัติ 


Musashi (Forex Trader , Stock Trader หรือ นักลงทุนหุ้น นักลงทุนค่าเงิน ) เป็นนามปากของ Trader ฝึกหัดคนหนึ่ง  ประสบการณ์ในการลงทุนของ Musashi ประมาณ 10 ปี ปัจจุบันทำงานประจำในฐานะวิศวกรคนหนึ่ง ในบริษัทเอกชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เขาเป็นคนทุ่มเท กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ชอบความเสี่ยง และยอมรับความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม Musashi ชอบมีนิสัยเลินเล่อ สะเพร่าทำให้บางครั้งเขาได้รับความเสียหายครั้งใหญ่จากการลงทุน แม้จะไม่ได้เป็นเงินที่มากในแง่คนอื่น แต่ก็เป็นเงินที่มากในสัดส่วนที่เขาสามารถหามาได้

ประสบการณ์ชีวิต


ในวัยเด็ก Musashi ชีวิตเขาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ต้องแข่งขัน เช่น การแข่งกีฬา การเป็นตัวแทนของโรงเรียน  โดยเฉพาะการเป็นตัวแทนของเขตในการแข่งแบดมินตัน ในวัยมัธยมศึกษา เริ่มเล่นเกมส์หนักจนถึงขนาดที่ยอมไม่กินข้าวกินปลานั่งเล่นแต่เกมส์ Ragnarok ทั้งวัน เขาพยายามมุ่งมั่นโดยการรับจ้างเขียน Bot และ ปล่อย Bot เพื่อหาเงินมาเติมบัตรเล่นเกมส์ โดยอาชีพที่เขาเล่นในเกมส์คือ Hunter ถึงขนาดเป็น PVP 1-1 ของ Server นั้น

ในการแข่งขันประดิษฐ์และเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ ต้องนั่งรถประจำทางไปต่างจังหวัด โดยใช้เงินตัวเอง และผลออกมาปรากฏว่า ตกรอบ เหตุการณ์นั้นทำให้เขารู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้น เพราะเงินดันหมดพอดี ถึงขนาดที่ไม่มีเงินกินข้าว ไม่มีที่นอน ต้องอาศัยนอนร้านเกมส์ โดยช่วงเที่ยงคืนจะไปเช่าร้านเกมส์และขอเล่นถึงเช้าโดยขอเหมา 60 บาท จนถึงเช้าเพื่อจะได้นอน

ชีวิตในช่วงมัธยมปลายของ Musashi วนเวียนอยู่กับ ความรัก  คอมพิวเตอร์ และแบตมินตันก่อนที่จะอ่านหนังสือสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และได้เข้าเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรัฐบาลย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง

ช่วงหนึ่งของชีวิต พ่อและแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเงิน และประสบการณ์ด้านความรักทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เงินและความสามารถเป็นสิ่งที่ต้องไขว่คว้ามาให้ได้ ทำให้เขาอยากที่จะพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถมากขึ้น

ในชีวิตการทำงานของ Musashi หลังจากจบการศึกษาก็ได้เข้าทำงานบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งชีวิตการทำงานก็ราบเรียบดีและไม่เจอปัญหาอะไร มีปัญหาจุกจิกกวนใจแต่ก็ผ่านมาได้ แต่ต้องเผชิญกับความเบื่อหน่ายจากการทำงานและคิดอยากจะเปลี่ยนงานอยู่หลายคราว ต่อมาภายหลังจากที่เขาได้พบกับผู้ฝึกสอน ทำให้ได้เข้าใจว่า “จริง ๆ แล้ว งานมันไม่ได้มีปัญหาเลย คนต่างหากที่เป็นปัญหา การที่คิดลาออกเป็นเพียงการหนีจากปัญหาตรงนั้น และคาดหวังว่าเราเทรดแล้วจะทำกำไรเลี้ยงตัวได้ แต่ไม่ว่ามันจะเลี้ยงตัวได้หรือไม่ได้ เราก็แค่เพียงหนีปัญหาไม่ได้พยายามทำความเข้าใจกับโลกนี้อย่างจริงจังและก็เฝ้าบอกตัวเองว่าเราเก่งแล้วจากการเทรดและเลี้ยงตัวได้” ปัจจุบันเขามุ่งมั่นกับการทำงานที่บริษัทใหม่ที่ย้ายมา แต่ไม่ได้ย้ายมาเพราะเบื่อหน่ายบริษัทเดิม หรือเพื่อที่จะหนีคนที่ทำให้รู้สึกแย่ แต่ย้ายมาเพราะว่า อยากจะลองสร้างอะไรที่เริ่มจากศูนย์ดูสักครั้ง ตำแหน่งที่ต้องมีผู้ใต้บังคับบัญชามากขึ้น และต้องตัดสินใจมากขึ้น และยังมีฐานะเป็นเทรดเดอร์ฝึกหัดที่ต้องฝึกอยู่อีกด้านหนึ่งของชีวิต

ประสบการณ์การลงทุน 


Musashi รู้จักคำว่า “หุ้น” ครั้งแรกตอนอายุ 17 ปี จากหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับหนึ่ง โดยความสนใจที่อยากจะรวย ทำให้เขาสุ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับหุ้น อยู่ประมาณ 1 ปี ในช่วงปลายอายุ 18 ปี เขาได้ก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นด้วยเงินจำนวน 35,000 บาท จากทุนเรียนดีที่ได้รับจากมหาวิทยาลัย เขาเข้าซื้อหุ้นด้วยหลักการที่เชื่อว่าเป็นการลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor: VI)  โดย Download แบบฟอร์ม 56-1และงบการเงิน ของบริษัทหลาย ๆ บริษัทมาศึกษา  ภายใน 2 เดือนแรกเขาทำกำไรได้ 25 % และคิดว่านี่แหละ หนทางรวย!! จึงศึกษาแบบฟอร์ม 56-1 และงบการเงิน ของหลาย ๆ บริษัทเพิ่มมากขึ้น จนจบปีแรกของการลงทุนโดยได้กำไร  50 %

ปีต่อมาของการลงทุน หุ้นตัวที่เขาเลือก ราคาไม่เคลื่อนไหว ขณะที่หุ้นของคนอื่นขึ้นจนร้องขอชีวิต  จนทำให้เขาคิดว่า “เครื่องมือในการคัดกรองหุ้นของเรามันยังมีช่องโหว่อยู่ ในบางช่วงเวลาจึงไม่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้น ๆ”  จึงต้องหาเครื่องมือเพิ่ม เพื่อมาปิดช่องโหว่ดังกล่าว  Musashi เล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเขาคิดว่าเครื่องมือเป็นสิ่งที่จะสามารถตอบโจทย์ทำให้เข้าถึงระบบการซื้อขายที่จะสามารถทำกำไรสูงสุดได้ เส้นทางของการศึกษาไปบรรจบกับ Technical analysis และนำไปสู่วิธีการ CANSLIM  ซึ่งเขาตีความว่ามันคือ หลักการที่ใช้ทั้งการวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัท ที่ใช้ผสมผสานกับ การวิเคราะห์ทางเทคนิค เนื่องจากเขาคิดว่า ราคากับเทคนิคการวิเคราะห์ มันจะทำให้ราคาเปลี่ยนไปได้อย่างไร ถ้าหากไม่มีพื้นฐานของกำไรของบริษัทประกอบกัน เขาจึงคิดว่าเทคนิค CANSLIM เป็นเทคนิคที่เหมาะกับเขามากกว่าเทคนิคอื่น ๆ  และนำมาผสมผสานกับวิธีการของตัวเองที่คิดไว้

วิธีการแบบนั้นทำให้แนวทางของเขาออกมาในรูปแบบการซื้อขายอาศัยจังหวะ Break Out (การที่ราคาพุ่งสูงกว่าแนวกรอบราคาที่ไม่สามารถผ่านไปได้) ในกลุ่มหุ้นพื้นฐานดี (Blueship) แล้วพยายามตัดขาดทุน เมื่อกรณีที่ตลาดเคลื่อนไหวไม่ได้เป็นไปดังคาด โดยช่วงนั้นพยายามติดตามศึกษาแนวคิดของคนที่มีชื่อเสียงทางด้านการลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ทุกคน และจบท้ายปีด้วยกำไรประมาณ 15 % ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ลงทุนเพิ่มบวกกับเก็บเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ปี 2011 เขายังยึดหลักการลงทุน CANSLIM ซึ่งในช่วงปลายปี 2011 ตลาดเป็นขาลงอย่างหนัก ทำให้เขาขาดทุน portofolio จำนวน 30 % แต่ด้วยจำนวนเงินที่สูงก่าเริ่มต้นตอนหัดเทรดหุ้นใหม่ ๆ ทำให้เขารู้สึกเสียใจและเจ็บปวดอย่างมาก นำไปสู่ความคิดว่าเป็นปัญหาที่ระบบการซื้อขาย (Trading System) ”เฮ้ยระบบเรายังไม่ดีนี่หว่า ไม่ลองรับช่วงตลาดลง” ฉะนั้นระบบที่ดีคือ ช่วงตลาดขาขึ้นก็ใช้ระบบ break out และการวิเคราะห์พื้นฐานโดยดูจากอัตรากำไรที่เติบโตต่อไตรมาส ส่วนตลาดขาลงให้เทรด Short ซึ่งนี่น่าจะเป็นระบบที่จะสามารถทำกำไรได้ตลอดเวลา แนวคิดที่จะ Short Against Portfolio ของตัวเองทำให้เขาศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมและนำไปสู่ Derivative Warrant (DW) เพื่อให้สามารถขายก่อนแล้วซื้อคืนทีหลังได้ในยามที่ตลาดหุ้นเป็นขาลง

จากช่วงก่อนที่ศึกษา DW เขาเริ่มต้นการเทรดโดยใช้วิธีการเข้าเทรด Put เขาเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงหนึ่ง ในช่วงบ่าย ปรากฏว่ารุ่งเช้าของอีกวันตลาดเปิด GAP และลงมากกว่า -20 จุดทำให้กำไรจากเย็นเมื่อวาน 20 % ทำให้คิดว่า”กูนี่มันแน่นอนจริง ๆ ทำเงินได้วันละ 20,000″ และวัน ๆ ในหัวสมองมีแต่  DW พยายามเล่นทั้ง  long และ short (เข้าสู่ Mode : บ่อน ของแท้)  ในช่วงนั้นทุก Position ที่เข้าเทรด นั่งลุ้นเหมือนเปิดไพ่ป็อกเด้งก็ไม่ปาน ใจเต้นตุบ ๆ ตลอด พอกำไรก็รีบโยน แต่พอขาดทุน ความอดทนไม่รู้มันไปมีมามากขนาดไหน ไม่ยอมขายและจะรอจนกว่ามันจะกลับมากำไร สุดท้ายความซวยก็ถึงเหมือนบัตรคิวที่เราไปจับเอาไว้ตอนไปธนาคารไม่มีผิด

“ในวันนั้นตลาดพุ่งขึ้นเปิด GAP กระโดดขึ้น ทำให้ผมขาดทุนทันที 17,000 บาทแต่ก็ยังดื้อดึงถือทนรอมันกลับมาสุดท้ายก็ยอมไป Cut loss ที่ -35,000 บาท พอเรา Cut loss เท่านั้นแหละ มันดีดกลับ แมร่งเอ๊ยย”

จากวันนั้น Musashi บอกกับตัวเองว่าจะเลิกแล้ว DW เล่นแค่หุ้นหลักการที่เราทำกำไรได้ก็พอ แทนที่จะได้กำไรดันเอากำไรมาเสียกับ DW ทำให้ portfolio ไม่เติบโตไปไหน เพราะวันที่คิดว่าจะเลิกก็ยังวนไปขาดทุน และกลับมาเทรด DW อยู่เป็นช่วงเช่นกัน อารมณ์ในตอนนั้นรู้สึกท้อแท้ในความสามารถของตัวเอง คิดว่า ได้พยายามหา Course เรียน ที่มีชื่อเสียง โดยมีกลุ่มเทรดชื่อดังอย่าง M Group แม้จะพยายามสอบเข้าแต่ก็สอบไม่ผ่าน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผลการลงทุนโดยประมาณของเขาประมาณ 100,000 บาทโดยมีผลกำไรราว ๆ 5 % เมื่อหักกลบกับรายการต่าง ๆ ที่ขาดทุนกำไรในปีที่ผ่านมา

ประมาณปี 2014 เริ่มชีวิตของวัยทำงาน Musashi เล่าถึง การทำงานหนักมากจนไม่มีเวลาที่จะมาดูแลการลงทุน หุ้นก็ทำการซื้อขายมั่วๆ โดยใช้อัตรากำไรต่อไตรมาศเป็นตัวชี้วัด ดูกราฟ ชีวิตช่วงนั้นกำไรบ้างขาดทุนบ้างสลับกันไป จนช่วงกลางปีได้รับโบนัสจากที่ทำงานจำนวนหนึ่ง  เลยคิดว่าอยากจะหาอย่างอื่นลงทุน เพราะว่ากว่าจะทำกำไรจากตลาดหุ้นได้แต่ละมันช้าเหลือเกิน และเป็นการซื้อเพื่อเก็บไว้ทำให้ไม่ต้องทำอะไรมาก การมองหาการลงทุนขณะนั้นทำให้รู้จักกับ Forex (Foreign Exchange Market) หรือตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งทำกำไรได้บ่อย อัตรากำไรต่อเงินลงทุนสูง เขาจึงหันมาให้ความสนใจกับ Forex ซึ่งได้รู้จักกับมันตอนที่สอบเข้า M group โดยเริ่มจากอ่านหาความรู้จากโลกออนไลน์อยู่ประมาณ 1 เดือน โดยเปิดพอร์ทลงทุนประมาณ 100 USD  โดยใช้ Indicator และเมื่อราคาไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ Cut loss โดยใช้ Indicator ชื่อ Parabolic SAR กับ Moving Average ใช้วิธีการสัญญาณตัดกัน หากตัดกันขึ้นก็ซื้อ ตัดลงก็ขาย เขาเสริมว่า “โง่เน๊อะ แค่นี้ก็จะเอามาหาเงินจากคนอื่น ฮ่า” เสร็จแล้วก็คำนวน Lot ที่จะใช้ซื้อขาย นั้นนั้นอารมณ์ไม่แตกต่างจากการเทรด DW ผีพนันเข้าสิงอีกแล้ว ตอนแรกก็เทรดตาม Lot ที่คำนวณออกมา แต่พอกำไรมันไม่สะใจก็เลยเทรด Lot ใหญ่ขึ้น พอราคาเคลื่อนไหวหนัก ๆ เช่น เจอข่าวทีหนึ่งก็โดน Margin Call ตามระเบียบ อารมณ์ไพ่ป็อกเด้งก็กลับมาหลอกหลอนอีกแล้ว มีข่าวเศรษฐกิจคู่เงินใหญ่ ๆ ก็รอลุ้นไพ่ เล่นอยู่อย่างนี้โดน Margin Call ไป 3 ครั้งและได้มานั่งคิดว่า “เราน่าจะเทรด Lot ใหญ่เกินไป”

เหตุการณ์หลังจากการโดน Margin Call ไป 3 ครั้งนั้นยังคงเทรดโดยไม่ต่างจากเดิม โดยตั้ง Cut loss และ port เริ่มอยู่ได้นานขึ้น แต่ก็ยังมาเจอกับ Margin Call อีกตามเคย สุดท้ายก็วนเวียนไปศึกษากับ M group อีกคำรบ  คราวนี้ Download วีดีโอมาฟัง ไล่อ่านบทความทั้้งหมดที่มีอยู่ในโลกออนไลน์ ทำการฝึกโดยใช้ระบบ Close System แต่ก็ไม่โดน Margin Call มากแต่ก็วนกลับไปที่คำถามเดิมตอนซื้อขายหุ้น กำไรก็ไม่แตกต่างจากการซื้อขายหุ้นเลย  ทำการซื้อขายแบบนั้น

ปี 2016 เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับงานที่ทำ คือ หมดความท้าทายเพราะคิดว่าทำได้ดีแล้วและอยากจะเข้าใจการเทรดจริง ๆ เนื่องจากเริ่มคิดว่า ไอ้ที่เรากำไรนิดหน่อยนี่มันมาจากฝีมือ หรือ โชค หรือเพราะเรามองภาพรวมของมันไม่ออกแต่มันกำไร ไม่ได้เข้าใจหลักการทำงานอะไรของมันเลย ขั้นตอนหรือองค์ความรู้อะไรจากมันก็ไม่มีเลย คิดว่าตัวเองยังไม่มีทักษะทางด้านนี้  Musashi ได้หาที่เรียนการลงทุน และลงก็ไล่ตามหาที่เรียน ตามหาคอร์ส  และได้ลงเรียนไปฟังบรรยายของกูรูท่านหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นคอร์สแรก ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น Musashi คิดว่า “เราคงไม่ได้เข้าใจมัน”  หลังจบออกมาก็ถามตัวเอง “แล้วยังไงต่อว๊ะ ก็ไม่เห็นจะพิเศษ พิสดารอะไรที่จะทำให้เราเก่งขึ้น ที่บอก ๆ นั่นกุก็รู้ แต่กุทำไม่ได้ – เล่นตามเทรน Cut lossตามที่ตั้งไว้ อย่า over trade”

ปี 2016 นี้เขายังวนเวียนหาคนที่จะสอนเขาให้เก่งขึ้นได้ จนได้พบกับนักเขียนคนหนึ่งซึ่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเทรดขาย เขาอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้วค่อนข้างที่จะฟังดูจะมีเหตุมีผลอยู่หลายจุด อย่างไรก็ตาม วิธีคิดและแนวคิดนั้นค่อนข้างที่จะจับต้องได้ยาก การได้พูดคุยกับผู้เขียนทำให้เขาอยากที่จะเข้าใจถึงวิธีคิดและหลักการที่มาของความคิดเหล่านั้น ด้วยความที่เข็ดหลาบกับการอบรม กับกูรูทำให้ Musashi ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการตกลงที่ให้ใครสักคนเป็นที่ปรึกษาของเขา จนแล้วจนรอดด้วยความไม่แน่ใจนัก แค่ 30 % เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะจ้างเทรดเดอร์ลึกลับคนนั้นในการสอนของเขา เขาเคยคิดถึงขนาดที่ว่าจะต้องออกจากงาน แล้วไปฝึกเพียงอย่างเดียว แต่โดนผู้ฝึกห้ามไว้ด้วยคำพูดที่ว่า “ทำงานประจำให้ดีและฝึกให้หนักยิ่งกว่าการทำงานประจำ”

การฝึกไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเทรดเลยในช่วงแรก เกี่ยวกับการหัดคิด หัดทำความเข้าใจในชีวิตเป็นหลัก และในช่วงต้นปี 2016 เขาได้ใช้แบบจำลองการเทรด ในโปรแกรมการฝึกขับหุ่น (Expert Advisor) ที่ชื่อว่า Ulver Project ของเทรดเดอร์นิรนามคนหนึ่งและมันค่อย ๆ เติบโตมาเป็นลำดับ แต่มันก็ไม่ได้ราบรื่นเพราะ Musashi ต้องเผชิญเหตุการณ์อกสั่นขวัญแขวนอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบบดังกล่าวเป็นเพียงตัวช่วยในการส่งคำสั่งเท่านั้น เทรดเดอร์คนนั้นบอกว่า “การเทรดโดยใช้ Expert Advisor เหมือนกับการขับรถ Expert Advisor ก็เป็นแค่เครื่องมือ แม้เราจะสะดวกที่มีรถขับ แต่ถ้าขับด้วยความเร็วสูงก็ตายได้ ต่อให้ถนนมันกว้างแค่ไหน รถมันปลอดภัยขนาดไหน อุบัติเหตุก็ยังเกิดทุกวัน การเทรดก็เช่นกัน” อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังผ่านมันมาได้พร้อมกับขนาด Portfolio ที่ใหญ่ขึ้นมาก ในการเรียนรู้แต่ละครั้งจำนวนเงินมีส่วนสำคัญกับการลงทุนของเขาไปทุกขณะเพราะว่า ถ้าหากพลาดครั้งเดียวมันอาจจะหมายถึงการสูญเงินลงทุน ทุกความผิดพลาดที่ได้เรียนรู้ไปได้สอนให้ Musashi ว่า “อย่าทำอีก”

ในปี 2017 ที่ผ่านมา Portfolio ในการลงทุนของเขาเติบโต 57.6 % มันเหมือนจะไม่มากมายเมื่อเทียบกับเทรดเดอร์มือใหม่หลายคนที่ทำได้ในตลาด Forex แต่ว่ามันมากมายกว่าที่เขาจะสามารถทำได้ในตลาดหุ้นมาก ปัจจุบัน Musashi ยังคงต้องเรียนรู้และพัฒนาอีกมาก แผนการฝึกกับผู้ฝึกที่คาดว่าจะจบภายใน 1 หรือ 2 ปี ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นแล้ว เนื่องจากภาระงานที่มากขึ้นและเวลาที่หายไป