Blockchain

  Cryptopedia

นิยาม


ที่มา : https://www.kickstarter.com/projects/kirilleremenko/blockchain-a-ztm-learn-how-to-build-your-own-block

เทคโนโลยี Blockchain

Blockchain 1, 2, 3 หรือ Block chain 4, 5 คือ เทคโนโลยีชนิดหนึ่ง ในรูปแบบซอฟแวร์ ที่ใช้เป็นรายการบันทึกข้อมูล สามารถเขียนชุดคำสั่งให้บันทึกทั้งการทำธุรกรรมทางการเงินและทุกสิ่งที่มีมูลค่า6 โดยข้อมูลที่ได้รับการยืนยันและตรวจสอบความถูกต้องแล้วจะถูกเก็บเป็น block แต่ละ block บรรจุ cryptographic hash และ time stamping รวมถึงข้อมูลการทำธุรกรรมของ block ก่อนหน้าไว้ block แต่ละ block เชื่อมต่อกันแบบลูกโซ่ ถูกออกแบบให้ป้องกันการดัดแปลงข้อมูลด้วยวิธีการเก็บข้อมูลแบบเปิด คือ ไม่เก็บข้อมูลไว้กับคนใดคนหนึ่งหรือที่ใดที่หนึ่ง ข้อมูลถูกเก็บโดยการกระจายออกไปให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทุกคนถือข้อมูลชุดเดียวกัน ข้อมูลเหมือนกัน มีการ update ข้อมูลพร้อมกัน สามารถบันทึกและตรวจสอบการทำธุรกรรมระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ7 มีการรักษาความปลอดภัยโดยวิธีการเข้ารหัสข้อมูลที่เรียกว่า Cryptography 8, 9

ประเภทของ Blockchain


Blockchain แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. Public Blockchains

Public Blockchain เป็น Blockchain ที่อนุญาติให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูล ทุกคนที่มี Internet สามารถอ่าน เขียน ทำธุรกรรมและตรวจสอบการทำธุรกรรมได้ โดยข้อมูลสำคัญถูกเก็บรักษาและเข้ารหัสข้อมูลไว้ มีเพียงเจ้าของข้อมูลและผู้ที่เจ้าของข้อมูลอนุญาติให้เข้าถึงเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสได้ มีกลไกการกระจายอำนาจการตัดสินใจโดยใช้ Proof of work (Pow)และ/หรือ Proof of stake (Pos)10

2. Private Blockchains

Private Blockchain เป็น Blockchain ที่มีไว้สำหรับบุคคลหรือองค์กรเดียว ผู้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลจำเป็นต้องได้รับอนุญาติจากผู้ดูแลของระบบก่อน โดยการเข้าถึงข้อมูลสำคัญและการตรวจสอบข้อมูลถูกจำกัดเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถรองรับบริษัทขนาดกลางที่สนใจเทคโนโลยี Blockchain แต่ไม่สะดวกที่จะใช้ระบบ Public Blockchain10, 12

3. Consortium หรือ Federated Blockchain

Consortium หรือ Federated Blockchain เป็นระบบกึ่งกระจายอำนาจ ที่มีไว้สำหรับองค์กรหรือบริษัทที่ทำงานร่วมกันหลายบริษัท แทนที่จะมีผู้ดูแลระบบคนเดียวก็สามารถมีผู้ดูแลระบบหลายคน สามารถส่งตัวแทนบริษัทเป็นผู้ดูแลระบบร่วมกัน ตัดสินใจเกี่ยวกับผลประโยชน์ทั้งหมดร่วมกัน เฉพาะตัวแทนจึงมีสิทธิในการอ่าน เขียน ทำธุรกรรม ตรวจสอบการทำธุรกรรม10

การทำงานของ Blockchain


คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ทำหน้าที่เป็น node โดย 1 IP address นับเป็น 1 node แต่ละ node จะเชื่อมต่อกันโดยตรงแบบ peer-to-peer เจ้าของข้อมูลจะมีกุญแจ คือ Private key และ Public key ระบบทำงานโดยการกระจายข้อมูลการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ไปให้ node ทุก node รับทราบ โดยมี node ที่เสนอตัวเข้ามายืนยันการทำธุรกรรม (Proof of work) เพื่อได้ Reward เป็นสิ่งตอบแทน หลังจากข้อมูลการทำธุรกรรมได้รับการยืนยันความถูกต้อง แต่ละ node จะเก็บรายการทำธุรกรรมนั้นไว้ใน block ซึ่งบรรจุ Timestamp ข้อมูลอธิบายรายการ และ Hash ของ block ก่อนหน้า14 เมื่อมีการยืนยันการทำธุรกรรมแล้ว block ที่สร้างใหม่จะไปเรียงต่อกับ block ก่อนหน้าบนสายที่ยาวที่สุด การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลใน Blockchain เป็นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ที่ป้องกันการดัดแปลงหรือแก้ไขข้อมูลที่อยู่ใน Blockchain โดยผู้ที่ทำการดัดแปลงข้อมูลจะต้อง Hack และแก้ไขข้อมูลแต่ละ node ให้ได้เกิน 51% ของจำนวน node ทั้งหมด ข้อมูลที่ทำการดัดแปลงหรือแก้ไขจึงจะถูกยอมรับจากระบบ

Blockchain กับ Cryptocurrency


เทคโนโลยี Blockchain มีความเกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency เป็นอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ถูกสร้างโดย Satoshi Nakamoto ผู้สร้างเหรียญ Bitcoin (BTC) เปิดตัวพร้อมกับ Bitcoin ในปี 2008 ดังนั้น Bitcoin จึงเป็นเหรียญแรกที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain15 และยังเป็นเครือข่าย Blockchain ที่ใหญ่ที่สุด16 ต่อมาเทคโนโลยีนี้ได้เป็นเทคโนโลยีหลักที่อยู่เบื้องหลัง Cryptocurrency อีกหลายเหรียญ เช่น Ethereum Ripple Dash Litecoin 17 โดย Blockchain ที่เปิดตัวร่วมกับ Bitcoin มีปัญหาทางเทคนิค คือ ไม่สามารถจัดการกับการทำธุรกรรมปริมาณมากได้ ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตอลได้ช้าและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมสูง ต่อมาในปี 2018 Ethereum Blockchain ได้พัฒนาให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพท์ดิจิตอลได้เร็วขึ้น ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมราคาถูกลง 18 Blockchain เป็นระบบที่น่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยสูง เมื่อ Cryptocurrency ใช้เทคโนโลยี Blockchain จึงสามารถป้องกันการโอนเงินซ้ำซ้อน การแก้ไขบันทึกรายการการทำธุรกรรมเพราะไม่สารมารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจาก node อื่นๆ หากข้อมูลเป็นข้อมูลส่วนน้อยจะถูกระบบปฏิเสธข้อมูล นอกจาก Blockchain จะสามารถใช้กับ Cryptocurrency แล้ว Blockchain ยังเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลากหลายสาขา เช่น วงการสื่อ วงการบันเทิง วงการสุขภาพ เพราะ Blockchain ใช้ระบบกระจายอำนาจการตัดสินใจและป้องกันการทำซ้ำของข้อมูล

footnotes

Show 18 Footnotes

  1. “Blockchains: The great chain of being sure about things”. The Economist. 31 October 2015. Archived from the original on 3 July 2016. Retrieved 18 June 2016. The technology behind bitcoin lets people who do not know or trust each other build a dependable ledger. This has implications far beyond the crypto currency. ที่มาตามอ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-te20151031-1 สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  2. Morris, David Z. (15 May 2016). “Leaderless, Blockchain-Based Venture Capital Fund Raises $100 Million, And Counting”. Fortune. Archived from the original on 21 May 2016. Retrieved 23 May 2016. ที่มาตามอ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-fortune20160515-2 สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  3. Popper, Nathan (21 May 2016). “A Venture Fund With Plenty of Virtual Capital, but No Capitalist”. The New York Times. Archived from the original on 22 May 2016. Retrieved 23 May 2016. ที่มาตามอ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-fortune20160515-2 สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  4. Brito, Jerry; Castillo, Andrea (2013). Bitcoin: A Primer for Policymakers (PDF) (Report). Fairfax, VA: Mercatus Center, George Mason University. Archived (PDF) from the original on 21 September 2013. Retrieved 22 October 2013. ที่มาตามอ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-fortune20160515-2 สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  5. Trottier, Leo (18 June 2016). “original-bitcoin” (self-published code collection). github. Archived from the original on 17 April 2016. Retrieved 18 June 2016. This is a historical repository of Satoshi Nakamoto’s original bit coin sourcecode ที่มาตามที่อ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-fortune20160515-2 สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  6. Don and Alex Tapscott, 2016. “Blockchain Revolution” ที่มาตามอ้างอิงใน https://blockgeeks.com/guides/what-is-blockchain-technology/ สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  7. Marco Iansiti,  Karim R. Lakhani, 2017. “The Truth About Blockchain”. Harvard Business Review. Harvard University. Archived from the original on 18 January 2017. Retrieved 17 January 2017.The technology at the heart of bitcoin and other virtual currencies, blockchain is an open, distributed ledger that can record transactions between two parties efficiently and in a verifiable and permanent way. ที่มาตามอ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-hbr201701-8 สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018,  footnotes
  8. Narayanan, Arvind; Bonneau, Joseph; Felten, Edward; Miller, Andrew; Goldfeder, Steven (2016). Bitcoin and cryptocurrency technologies: a comprehensive introduction. Princeton: Princeton University Press. ISBN 978-0-691-17169-2. ที่มาตามที่อ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-cryptocurrencytech-6 สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  9. “Blockchain”. Investopedia. Archived from the original on 23 March 2016. Retrieved 19 March 2016. Based on the Bitcoin protocol, the blockchain database is shared by all nodes participating in a system. ที่มาตามที่อ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain#cite_note-IPblockchain-7 สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2018, footnotes
  10. Sudhir Khatwani, 2018 “Different types of Blockchain in the market and why we need them” ที่มา https://coinsutra.com/different-types-blockchains/ สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2018, footnotes
  11. Sudhir Khatwani, 2018 “Different types of Blockchain in the market and why we need them” ที่มา https://coinsutra.com/different-types-blockchains/ สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2018, footnotes
  12. “Blockchain”, 2018 ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Blockchain สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2018, footnotes
  13. Sudhir Khatwani, 2018 “Different types of Blockchain in the market and why we need them” ที่มา https://coinsutra.com/different-types-blockchains/ สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2018, footnotes
  14. Nolan Bauerle, n.d. “How does blockchain technology work?” ที่มา https://www.coindesk.com/information/how-does-blockchain-technology-work/ สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2018, footnotes
  15. “Satoshi Nakamoto” n.d. ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Satoshi_Nakamoto สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2018, footnotes
  16. “All Currencies|CryptoCurrency Market Capitalizations”. Coinmarketcap.com. Retrieved December 31, 2017. ที่มาตามที่อ้างอิงใน https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_cryptocurrencies สืบค้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2018, footnotes
  17. Blockchain n.d. ที่มา https://www.investopedia.com/terms/b/blockchain.asp สืบค้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2018, footnotes
  18. Loi Luu,2018 “Blockchain adoption How close are we really?” ที่มา https://www.forbes.com/sites/luuloi/2018/01/26/blockchain-adoption-how-close-are-we-really/#469c8178d9dc สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2018, footnotes